“น่าคบ เพื่อนรัก” ทุ่มงบฯ 80 ล้านรุกสื่อทีวี เปิดตัวช่องทีวีดาวเทียม“ไทยภิรมย์” สรรค์สร้างสังคม



 “น่าคบ  เพื่อนรัก”   จับมือกลุ่มเพื่อนนักธุรกิจทุ่ม 80 ล้านบาท รุกสื่อทีวี เปิดตัวช่องทีวีดาวเทียมไทยมิติใหม่ “ไทยภิรมย์ แชนแนล”   มุ่งเน้นผลิตรายการคุณภาพจรรโลงสังคม ภายใต้นโยบาย “วิถีธรรม นำวิถีทุน” หวังจุดพลุให้คนในประเทศหันมาใส่ใจสังคมมากขึ้น

“น่าคบ  เพื่อนรัก”  ผู้ก่อตั้ง  บริษัท ไทยภิรมย์สตาร์ จำกัด  อดีตผู้บริหารน้ำมันพืช “ตราองุ่น” ผู้บริหารสถานีโทรทัศน์ดาวเทียมช่อง “ไทยภิรมย์ แชนแนล” เปิดเผยว่า  บริษัทมีแผนเปิดตัวช่องรายการโทรทัศน์ดาวเทียมมิติใหม่  ร่วมกับกลุ่มพันธมิตรทางธุรกิจ   ภายใต้นโยบาย  “วิถีธรรม นำวิถีทุน”  โดยช่องรายการดังกล่าวจะมุ่งเน้นผลิตรายการทีวีที่มีคุณภาพ มาตรฐาน และอารมณ์แบบภาพยนตร์  พร้อมเผยแพร่เนื้อหาสู่ผู้ชมในหลากหลายช่องทาง  ซึ่งมีแผนเปิดตัวอย่างเป็นทางการ ในวันที่ 24มกราคม 2556 นี้ ทุกวันในช่วงเวลา 15.00-18.00 น. ที่ INFINITY MALLชั้น 5 PARAGON CINEPLEX
สำหรับรูปแบบรายการจะประกอบไปด้วย   เรื่องราวของนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ  และก่อนที่จะประสบความสำเร็จต้องฝ่าฟันมาอย่างไรบ้าง   สุดท้ายพวกเขามีการตอบแทนคืนสู่สังคมอย่างไร   อาทิ   รายการ “The Boss” นำเสนอให้เห็นถึงแนวคิดในการเป็นนายที่ดีต้องเป็นอย่างไร ทั้งในเรื่องการดูแลธุรกิจ การดูแลบุคลากร และสังคม ความยาว 45 นาที เป็นต้น   นอกจากรายการประเภทธุรกิจและการจัดการแล้ว ยังนำเสนอรายการประเภทศิลปะ วัฒนธรรม ธรรมมะ ธรรมชาติ อาหาร เทคโนโลยี และบันเทิงด้วย
“ในระยะเริ่มต้นช่องทีวีดาวเทียม “ไทยภิรมย์” ออกอากาศจำนวน1ชั่วโมงต่อวัน จากนั้นในอีก เดือนข้างหน้าจะเพิ่มเวลาออกอากาศเป็น 2ชั่วโมง และเพิ่มเป็นออกอากาศ ชั่วโมงในทุกๆ เดือน”
“น่าคบ  เพื่อนรัก”  กล่าวว่า  สำหรับผู้ชมสามารถรับชมได้   ทางจานดาวเทียมพีเอสไอ (PSI)ช่อง 33 (ทีวีไดเร็กค์), กล่อง BIG4 ช่อง 108,กล่อง GMMZ ช่อง 192 และจาน IPM ช่อง328, สื่ออินเตอร์เน็ต และสื่อสิ่งพิมพ์   รวมถึงสร้างเครือข่ายการมีส่วนร่วม   เพื่อยกระดับคุณภาพของสังคม ภายใต้ปรัชญาสื่อเปลี่ยนโลก สโลแกน “ดีสังคม คมปัญญา พาประโยชน์” ขณะนี้มีบริษัทรายใหญ่ร่วมสนับสนุนแล้วจำนวนหนึ่ง ส่วนใหญ่เป็นธุรกิจในเครือและธุรกิจของเพื่อนๆ 
 “น่าคบ  เพื่อนรัก”  กล่าวว่า   บริษัทไทยภิรมย์ได้รับลงทุนสำหรับช่องทีวีดาวเทียม    “ไทยภิรมย์” รวม 80 ล้านบาท ในเบื้องต้นนี้บริษัทลงทุนแล้วจำนวน 40 ล้านบาท แบ่งเป็นงบลงทุนสำหรับก่อตั้งสถานี 15 ล้านบาท   และงบสำหรับผลิตรายการ 25 ล้านบาท จากนั้นยังได้เตรียมงบสำหรับผลิตรายการในเฟส อีกจำนวน 40 ล้านบาท
 การลงทุนของ  “น่าคบ  เพื่อนรัก”  จะไม่ได้ดูที่ว่ากำไรหรือขาดทุน     หากเงินลงทุนจำนวน 80 ล้านบาท ที่เตรียมไว้หมดเราก็จำเป็นต้องยุติการผลิตรายการ และออกอากาศทันที   ถือว่าได้ทำสิ่งที่ช่วยสร้างสังคมให้สังคมเมืองไทยดีขึ้น   และเชื่อว่าช่องรายการของไทยภิรมย์จะเป็นช่องที่สนับสนุนให้บ้านเมืองของไทยดีขึ้นในหลายๆด้าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องค่านิยม วัฒนธรรม รักความเป็นธรรม เพราะทุกวันนี้ผมว่าบ้านเมืองสับสน มืดมัว ขึ้นเรื่อยๆ    ผมในฐานะที่เป็นผลเมืองของประเทศจึงอยากมีส่วนในการดูแลสังคมบ้านเมืองด้วย   โดยการพัฒนาสื่อที่มีรายการดีๆ ออกมาจรรโลงสังคม
 “น่าคบ  เพื่อนรัก”  กล่าวต่อไปว่า  หากสามารถหาผู้สนับสนุนรายการได้ถึง รายต่อชั่วโมง บริษัทจะอยู่ในภาวะคุ้มทุนกับค่าผลิตรายการ อย่างไรก็ตาม ในเบื้องต้นนี้เชื่อว่าด้วยคุณภาพและมาตรฐานของการผลิตรายการ รวมถึงเนื้อที่นำเสนอในช่องรายการจะทำให้ช่อง “ไทยภิรมย์” ได้รับการตอบรับจากกลุ่มผู้ชมในทุกๆกลุ่มเป้าหมายทั้งในกลุ่มคนไทย ขณะเดียวกันปัจจุบันสื่อโทรทัศน์ในต่างประเทศก็ให้ความสนใจที่จะนำคอนเทนต์ในช่องรายการไปออกอากาศในกลุ่มประเทศในภูมิภาคอาเซียนและภูมิภาคเอเชียเช่นกัน
         “เราเป็นคนไทย และก็ผ่านงานบริหารมามากมาย เราเลยอยากทำอะไรใช้ประสบการณ์ของตัวเองบ้าง ซึ่งก็คือ การพยายามที่จะสร้างสิ่งดีๆ ให้เป็นตัวอย่างให้คนในสังคมหันมายึดหลักความดี  ช่วยกันสร้างความดี สิ่งที่ผมทำ เราหวังว่าจะเป็นเหมือนการจุดประกายให้คนในสังคมหันมาใส่ใจและดูแลสังคมสังคมมากยิ่งขึ้น”
อนึ่ง บริษัท ไทยภิรมย์สตาร์ จำกัด ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 1พฤศจิกายน 2554 จากการรวมตัวของผู้บริหารระดับสูงที่มีประสบการณ์ในการบริหารจัดการองค์กรชั้นนำต่างๆ และผู้คนในวงการสื่อ และในหลากหลายวิชาชีพ โดยมีความมุ่งหวังที่อยากเห็นประเทศไทยมีช่องทางสื่อสารมวลชนที่นำเสนอข้อมูลตัวเลข             สิ่งสร้างสรรค์ รวมทั้งความรู้ความบันเทิงที่ประเทืองปัญญา เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งที่จรรโลงสังคมให้เกิดความเจริญรุ่งเรืองอย่างยั่งยืน ปัจจุบันมีทุนจดทะเบียน  30 ล้านบาท มีนโยบายที่ชัดเจนในการหาแนวร่วมทางอุดมการณ์เพื่อสานพลัง และสนับสนุนให้ “ไทยภิรมย์” เป็นสถาบันสื่อที่เข้มแข็งและมีคุณค่าต่อประเทศชาติมากยิ่งขึ้นสืบต่อไป

Comments